ผู้สูงอายุกับการนั่งเครื่องบิน

ผู้สูงอายุกับการนั่งเครื่องบิน

ผู้สูงอายุกับการนั่งเครื่องบิน

            ในปัจจุบันกลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับตั๋วเดินทางราคาถูกที่มีให้เลือกตามงบประมาณ และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ล้วนมีเวลาสะสมเงินทองเอาไว้มาก จึงทำให้จำนวนผู้สูงอายุนิยมเดินทางโดยเครื่องบินกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกับระยะการบินที่ใกลขึ้นกว่าเดิม ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นการเตรียมตัววางแผนการเดินทางที่รอบคอบ ก็จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆเหล่านี้ได้ โดยได้มีการแบ่งกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตามอายุของผู้สูงอายุ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อายุระหว่าง 65-75 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงน้อยกว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 จะผู้สูงอายุ ที่มากกว่า 75 ปี ขึ้นไป เป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากกว่า

ผลทางด้านสรีระวิทยาของผู้สูงอายุ กับการนั่งเครื่องบิน

วิศวกรได้ทำการปรับโครงสร้างภายในห้องโดยสารเครื่องบินให้มีความคงทน เสมือนอยู่ในบรรยากาศความสูงระดับ 6000-8000 ฟุต โดยที่ความสูงจริงอาจอยู่สูงถึง 28000-45000 ฟุต ทำให้ความกดดันย่อยของออกซิเจน (O2,Oxygen) ลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจึงได้รับ O2 ลดลงตามไปด้วย จึงส่งผลเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุรวมถึงผู้โดยสารที่มีภาวะโลหิตจาง (ภาวะซีด) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้แล้ว การที่ห้องโดยสารมีความกดบรรยากาศลดลง ก็ทำให้ก๊าซที่อยู่ตามโพรงอากาศต่าง ๆ ของร่างกายขยายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดหู หูอื้อ ปวดโพรงไซนัส ปวดฟัน คลื่นไส้ อาเจียน หายใจแน่นหน้าอก/หายใจติดขัดและลำบาก

โรคอะไรบ้างของผู้สูงอายุที่ไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบิน?

สมาคมการเดินทางโดยสารการบินนานาชาติ (IATA – INTER NATIONAL AIRLINE TRAVEL ASSOCIATION) กำหนดให้มีใบรับรองแพทย์สำหรับผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้โดยไม่เกิดปัญหา

สำหรับโรคที่เป็น “ข้อห้าม” สำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางระยะไกลโดยเครื่องบิน ได้แก่

1.ระบบหัวใจและหลอดเลือด

2.ระบบทางเดินหายใจ

3.ระบบประสาทและจิตใจ

ผู้สูงอายุควรเตรียมตัวอย่างไร ในการเดินทางโดยเครื่องบิน?

ผู้สูงอายุ ควรวางแผนการเดินทาง และเตรียมตัวก่อนเดินทางด้วยความรอบคอบ โดยเริ่มตั้งแต่ออกจากที่พักให้เร็วกว่าปกติ เดินทางไปยังสนามบินให้มีเวลามากพอก่อนเวลาเที่ยวบิน เพื่อเตรียมตัวด้านเอกสารและอื่น ๆ ให้เรียบร้อย จนกระทั่งถึงสถานที่ขึ้นเครื่องบิน ของใช้จำพวก ยา เวชภัณฑ์ และของจำเป็นต้องมีพร้อมอยู่ในกระเป๋าเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคหืด โรคเบาหวาน (ยารับ ประทาน, ยาฉีด) โรคความดันโลหิตสูง เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่สำหรับเครื่องมือแพทย์ถ้าจำเป็น การเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศในสถานที่ปลายทางที่อาจร้อนจัด หรือหนาวจัด และควรมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคด้วย โดยการปรึกษาแพทย์ก่อนออกเดินทาง ว่าควรต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง และเพื่อให้วัคซีนออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก่อนถึงที่หมาย ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3-4 สัปดาห์